เร่ร่อนลอนดอน -1-

posted on 04 Jun 2011 15:56 by loveff in Travel-Places
ส่งท้ายปิดเทอมด้วยการไปเที่ยวลอนดอนมาสองอาทิตย์ค่ะ :D

เป็นทริปแรกที่ไปต่างประเทศกับเพื่อน ทุกทีไปกับพ่อแม่ตลอดเลย
แถมไม่เคยปักหลักเที่ยวเมืองใดเมืองหนึ่งนานขนาดนี้ ปกติถ้าเที่ยวยุโรปก็ลุยหลายๆเมืองทุกที

ตอนแรกว่าจะอัพบล็อกเป็นวันๆไปเลย เพราะคราวนี้เอาสมุดไปจดบันทึกไว้แบบละเอียดยิบ
แต่ด้วยเหตุบางอย่างทำให้สมุดเล่มนั้นหายไป เลยแจกแจกเป็นหัวข้อต่างๆแทนดีกว่า

ไม่รู้จะเรียงหัวข้อยังไงดี ของเรียงแบบตามใจฉัน(กล่าวคือ ไร้ระบบสิ้นดี)เลยละกัน

  • Airplane
ไปเที่ยวคราวนี้เพิ่งเคยใช้บริการสายการบินโลว์คอสท์ครั้งแรกในชีวิต 
บินกับ Jet Airways ได้ตั๋วในราคาสองหมื่นปลายๆ ตกใจกับราคามาก  
เพราะปีก่อนไปเยอรมันช่วงโลว์ซีซั่นยังราคาตั๋วตั้งเกือบสี่หมื่นแน่ะ

ถึงจะราคาถูกแต่สายการบินนี้ก็ดีกว่าที่คิดนะ
มีจอให้ดูหนังเป็นของตัวเองได้ก็พอใจละ (แต่เกินครึ่งเป็นหนังบอลลีวูด)


ขนาดการบินไทย(ซึ่งแพงกว่ากันมาก)ยังไม่มีให้เลยนะ!
แต่ครั้งล่าสุดที่เราบินกับการบินไทยก็หลายปีมาแล้ว ไม่รู้ป่านนี้มีให้รึยัง


ที่ลำบากหน่อยคงเป็นเรื่องอาหาร เพราะเป็นสายการบินของอินเดีย อาหารเลยออกแนวแขกๆ
กลิ่นเครื่องเทศค่อนข้างแรง บางอย่างก็กินได้ บางอย่างก็ชิมคำนึงแล้วไม่แตะอีกเลย
ดังนั้นถ้าใครจะบินสายการบินนี้ เตรียมของกินไปเผื่อหน่อยก็ดีนะคะ :D
 
เกร็ดความรู้นิดหน่อย สนามบินฮีทโธรว์ในลอนดอนเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป!

ขากลับจากลอนดอนได้บินช่วงค่ำๆ เป็นช่วงพระอาทิตย์ตกพอดี วิวสวยมากกกกกก
และโชคดีที่เลือกนั่งท้ายลำเลยไม่มีปีกมาบดบังทัศนียภาพด้วย

 
ส่วนนี่ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะถ่ายมาจากแถวๆอัฟกานิสถานมั้ง
 

  • Transport
การเดินทางในลอนดอนมีทั้งรถไฟใต้ดินและรถเมล์ และแสนจะสะดวกสบายด้วย Oyster Card (ชื่อเล่นว่าบัตรหอย)


ถ้าจะเดินทางด้วยรถใต้ดินก็เติมเงินใน Oyster Card แบบเฉพาะใต้ดิน
 
ส่วนเราเดินทางด้วยรถเมล์ตลอด เลยเติมแบบ Bus Only 7 วัน (อยู่สองอาทิตย์เลยต้องเติมสองครั้ง)  
ถ้าจำไม่ผิดราคาประมาณ 17 ปอนด์นิดๆ ใช้ทุกวันวันละหลายๆเที่ยวก็คุ้มนะ

รถเมล์ในลอนดอนก็อย่างที่ขึ้นชื่อมานาน คือเป็นรถเมล์สองชั้น แบบชั้นเดียวก็มี แต่หายากกว่า
เกือบทั้งหมดเป็นรถเมล์แบบใหม่หมดแล้ว ยกเว้นสาย 9 กับ 15 ที่ยังมีบางคันเป็นแบบเก่าอยู่
 
คันนี้เป็นแบบใหม่ ที่จริงรูปนี้ไม่ได้ตั้งใจจะถ่ายตัวรถเมล์ ตั้งใจจะถ่ายโฆษณาแฟนท่อมบนรถเมล์ต่างหาก (=_=)
 
รถเมล์ในลอนดอนเนี่ยเขารับจ้างด้วยนะ
เราเห็นคนจีนแต่งงานแล้วจ้างรถเมล์สองชั้นแบบเก่า พาเจ้าบ่าวเจ้าสาวและแขกเหรื่อวิ่งไปทั่วเมือง
ก็แปลกดี ถ้าเป็นเมืองไทยคงไม่มีใครจ้างรถเมล์มาทำอะไรแบบนี้แน่ๆ

ข้อเสียของรถเมล์สองชั้นคือเวลาถ่ายรูปสถานที่แล้วมันวิ่งผ่านจะน่ารำคาญมาก
ส่วนข้อดีคือเหมือนได้นั่งรถ Sightseeing ตลอดเวลา และที่นั่งเยอะดี
 
ที่นั่งบนชั้นสอง ตอนเช้าๆโล่งเชียว ถ้านั่งหน้าสุดจะได้ชมวิวลอนดอนเต็มๆตาเลยล่ะ :D


ถ้าจะเดินทางด้วยรถเมล์เป็นหลักต้องศึกษาระบบมันดีๆ เพราะรถเมล์ไม่ได้จอดทุกป้ายที่วิ่งผ่าน และแต่ละถนนจะมีป้ายเยอะมากกก แต่ถ้าดู Bus Map เป็นก็จะง่ายละ
 
ป้ายรถเมล์มีหน้าตาแบบนี้

นอกจากนี้ยังมีแท็กซี่ลอนดอนอันมีเอกลักษณ์ นี่ก็มีเยอะเหมือนกัน
คือบนถนนในลอนดอนเนี่ย มองไปยังไงก็ต้องเห็นแท็กซี่กับรถเมล์ เพราะมันเยอะมากจริงๆ

ได้ลองนั่งแท็กซี่ด้วย แพงมหาศาล มิเตอร์ขึ้นไวจนอยากปาดเหงื่อเลยทีเดียว
ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นหรือไม่อยากลองของก็อย่ารินั่งเลยจ้า

นี่คือสภาพภายในรถแท็กซี่ กว้างขวางใช้ได้เลย

 
ส่วนการเดินทางออกนอกเมืองก็อาศัยรถไฟหรือรถโค้ชก็ได้ สะดวกทั้งสองอย่าง

ถ้าเป็นรถไฟจะมีที่ให้ขึ้นได้เยอะ แต่รถโค้ชขึ้นที่ Victoria จะสะดวกที่สุด
เพราะเป็นศูนย์รวมรถออกต่างจังหวัด อารมณ์ประมาณหมอชิตบ้านเรา
 
บรรยากาศสถานีรถไฟ Waterloo


มีป้ายโฆษณาละครเวที Chicago ด้วยนะ! (แต่เรื่องนี้ควรไปดูที่บรอดเวย์มากกว่ามั้ง)


ส่วนรถไฟมีหน้าตาแบบนี้จ้า
 
แล้วก็ถ้าพูดถึงรถไฟในลอนดอน ชื่อที่คุ้นเคยที่สุดคงเป็นสถานี King's Cross
เพราะมันมีไอ้นี่อยู่ยังไงล่ะ!!!!

 
ที่จริงมันควรจะอยู่ตรงชานชาลาที่ 9 จริงๆและเป็นอิฐจริงๆ
แต่พอดีชานชาลาปิดซ่อม เลยย้ายออกมาหน้าสถานีและเป็นผนังพลาสติกแทน แป่ววว
 
ยังมีพาหนะยอดฮิตอีกอย่างคือจักรยาน ในลอนดอนมีไม่เยอะเท่าไหร่แต่ที่อ็อกซ์ฟอร์ดมีเยอะมากกก
ในวันที่อากาศดีๆจะเห็นคนขี่จักรยานในสวนสาธารณะเพียบเลยแหละ



  • Car
ไหนๆก็พูดถึงเรื่องการเดินทางละ ต่อด้วยเรื่องรถยนต์เลยละกัน
รถส่วนใหญ่เป็นรถยุโรป (แหงล่ะ) ที่น่าประหลาดใจคือมีรถสปอร์ตเยอะมากกกกกกกก

ตอนไปเยอรมันเราไม่แปลกใจนะที่รถสปอร์ตเยอะ ก็ประเทศเขาผลิตเองนี่
แต่เจอในอังกฤษเยอะมากแล้วรู้สึกแปลก เพราะรถสปอร์ตที่เจอมีแต่รถเยอรมันกับอิตาลีทั้งน้านนน


อุตส่าห์แอบหวังว่าจะได้เห็นแอสตันมาร์ตินงามๆบนถนนซักคัน ดันเจอแต่ปอร์เช่ๆๆๆๆๆ
คนขับปอร์เช่เยอะยังกะราคาเท่าโตโยต้า โดยเฉพาะรุ่น Carrera กับ Cayman เนี่ยฮิตมากกก เจอมาแล้วทุกสี

แต่วันสุดท้ายก่อนกลับก็ได้เห็นโชว์รูมแอสตันมาร์ตินแถวๆไฮด์ปาร์ค พอใจละ (-v-)
แล้วก็ยังได้เจอเฟอร์รารี่คันนี้แถวๆที่พักด้วย ซื้ดดดดดดดดดดดด



นอกจากปอร์เช่เต็มถนนแล้วเรายังเจอรถลีมูซีนเยอะมากกกก
ไม่รู้ทำไมถึงมีลีมูซีนวิ่งในเมืองเยอะขนาดนี้ เจอแทบทุกวันเลย แปลกดี
 
แล้วก็ตามสถานที่ท่องเที่ยวจะมีรถสามล้อถีบให้บริการด้วย ไม่รู้ราคาแต่คิดว่าน่าจะแพงเอาเรื่อง
 
  • Road

ถนนหนทางในลอนดอนค่อนข้างซับซ้อนเพราะมีซอยยิบย่อยเยอะมาก แต่จริงๆแล้วเส้นทางหลักๆที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมันก็มีอยู่ไม่กี่ที่ อยู่แค่สองอาทิตย์ก็แทบจะหลับตาเดินได้แล้วแหละ

ช่วงที่เราไปมีถนนปิดซ่อมเยอะมากกก บางเส้นเลยรถติดมหาศาล
มีวันนึงไปติดอยู่ไฟแดงเดียวครึ่งชั่วโมง! ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเดินทางช่วง rush hour อย่างยิ่ง

เพื่อนเราสันนิษฐานว่าที่ช่วงนี้มีการซ่อมแซมถนนแทบจะทั่วลอนดอนเพราะปีหน้าจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกแล้ว เลยต้องรีบโมดิฟายเมืองอย่างเร่งด่วน ....ก็ฟังดูเป็นไปได้นะ

การข้ามถนนในลอนดอนค่อนข้างไร้อารยะ เพราะถึงจะมีสัญญาณไฟคนข้ามให้ทุกทางม้าลาย แต่ก็ไม่ค่อยมีใครรอสัญญาณไฟกันหรอก พอเห็นรถโล่งๆก็วิ่งข้ามกันหมด หลายคนไม่ข้ามตรงทางม้าลายด้วยซ้ำ

ฟังดูเหมือนเมืองไทย แต่เราว่ามันแปลกมากสำหรับประเทศในยุโรป
ไม่เคยเจอที่ไหนข้ามถนนกันแบบนี้ในยุโรปเลย แต่ในลอนดอนเราเห็นคนเกือบโดนรถชนตายบ่อยมากเพราะข้ามไม่ดูตาม้าตาเรือกันเล้ย

 

  • Communication
ในลอนดอนเราเจอคนก้มหน้าก้มตากดมือถือเยอะไม่แพ้เมืองไทยเลย
คนใช้ไอโฟนและบีบีก็เยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกผู้ใหญ่วัยทำงาน
มีวัยรุ่นใช้บ้างประปราย แต่ถือว่าน้อยนะที่จะได้เห็นวัยรุ่นเดินกดมือถือ

ถ้าใครไปเที่ยวแล้วอยากโทรกลับเมืองไทยมีวิธีง่ายๆคือใช้ซิมของ Lebara
เติมเงินได้ต่ำสุดครั้งละ 5 ปอนด์ ค่าโทรนาทีละ 10 หรือ 20 เพนนีนี่ล่ะ ไม่แน่ใจ (10 เพนนี=ประมาณ 5 บาท)

ส่วนตู้โทรศัพท์สีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างนึงของลอนดอนไปแล้ว ดูเหมือนจะกลายเป็นแค่สัญลักษณ์จริงๆ
 
ตู้โทรศัพท์พวกนี้มีความสำคัญคือเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปคู่ หลายตู้โทรมและร้างมาก
ด้านในก็มีแต่รูปโป๊โฆษณาอะไรก็ไม่รู้แปะอยู่เต็มไปหมด orz

  • People
ลอนดอนเป็นเมืองที่อินเตอร์เนชั่นแนลมาก มีผู้คนอาศัยอยู่แทบทุกชาติทุกภาษา
ไม่ว่าจะผิวขาว ผิวสี ผิวเหลือง ล้วนหาพบได้ทุกซอกทุกมุมในลอนดอน

ส่วนคนอังกฤษแท้ๆกลับหายากกว่า เรียกได้ว่ารอบตัวมีคนพูดภาษาอื่นๆเยอะกว่าภาษาอังกฤษอีก!
(โดยเฉพาะเวลาขึ้นรถเมล์ ไม่ค่อยได้ยินคนพูดภาษาอังกฤษเลย)

พนักงานร้านต่างๆโดยเฉพาะพวกร้านมินิมาร์ทมักจะเป็นแขก
ดังนั้นใครคิดจะไปอยู่ลอนดอนต้องเตรียมตัวฟังภาษาอังกฤษสำเนียงแขกไว้ดีๆ ยังไงก็ต้องเจอแน่ๆ
 
ส่วนถ้าใครจะถามว่าคนอังกฤษหล่อมั้ย ก่อนไปเราจะตอบว่าหล่อ เพราะเราชอบดาราอังกฤษหลายคน
แต่หลังจากไปมาแล้วเราคงได้แต่ตอบว่า ไม่แน่ใจ เพราะไปแล้วแทบไม่เจอคนหน้าตาดีเลย
และถึงจะเจอก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนอังกฤษรึเปล่า (บอกแล้วว่าเป็นเมืองอินเตอร์)
 
มีที่ประทับใจหน่อยก็พนักงานห้างแฮร์รอดที่ดูเนี้ยบๆดี และคุณยามคนนึงหล่อมั่กกกกก
 
ยังไงก็ตาม ยังยืนยันคำเดิมว่า หนุ่มฝรั่งเศสหล่อที่สุด นะฮ้า♥
(ประเทศบ้าอะไร หล่อตั้งแต่ต.ม.ยันคนขับรถเมล์)
 
 
 
-To be continued-
 
คราวหน้ามาต่อเรื่องอาหารการกิน ชา และขนมจ้าาา

Comment

Comment:

Tweet

สักวันนึงต้องหาโอกาสไปเที่ยวแถบยุโรปสักครั้งนึงให้ได้เลยล่ะค่ะ
บรรยากาศแตกต่างกับทางเอเชียจริง ๆ
แท็กซี่ของเค้าดูปลอดภัยดีทั้งคนขับและคนโดยสารนะคะ มีกระจกกั้นเสร็จสรรพเลย
เห็นแล้วคิดถึงบัตรหอย ฮาาา

รอติดตามไปที่เที่ยวตอนต่อไปฮ้าาา

#3 By KeeChan on 2011-06-04 16:26

เจอน้องมาอัพเรื่องเที่ยว... เหมือนตัวเองติดค้างอะไรบางอย่าง sad smile ไปลอนดอน 2 อาทิตย์ท่าทางจะมีเรื่องอัพอีกยาว รออ่านจ้า ^^

#2 By *~citrus~* on 2011-06-04 16:25

ว้ายย มีชานชลาที่9 3/4 ด้วยcry
อยากเห็นหน้าตาขนมจังว่าจะน่ากินมั้ย
เ้ห็นรูปที่ถ่ายๆมาแล้วอยากไปถ่ายรูปที่อังกฤษจังเลย เฟอร์รารี่สีแดงคันนั้นอยู่กับสภาพถนนสีเทาๆดูแล้วส๊วยสวย

#1 By ~Auldavi~ on 2011-06-04 16:04